ปี พ.ศ.2543-2552
The Center for Therapeutic Research ที่ Merck Frosst Canada & Co. ขยายเพื่อรองรับการเติบโตของงานวิจัย
ในส่วนของความร่วมมือกับรัฐบาล Botswana และ Bill and Melinda Gates Foundation Merck ได้บริจาคยาต้านไวรัส เอชไอวี/เอดส์ ให้กับประเทศบอตสวานา ซึ่งเป็นประเทศที่หนุ่มสาวถึง 1 ใน 3 ตรวจพบเชื้อ HIV
ปี พ.ศ.2533-2542
มีการตีพิมพ์ The Merck Manual of Geriatrics และ The Merck Manual—Home Edition เป็นครั้งแรก
Merck ขยายโครงการบริจาคยา Ivermectin เพื่อเพิ่มการครอบคลุมสำหรับการป้องกันพยาธิในต่อมน้ำเหลือง (โรคเท้าช้าง) อีกด้วย ในประเทศแอฟริกา โครงการนี้ได้ช่วยเหลือคนถึง 30 ล้านคนใน 30 ประเทศ
มียาใหม่ 5 ตัว วางตลาดภายใน 1 ปี คือ ยาในกลุ่มรักษาโรคไมเกรน ยาในกลุ่มลดการจับตัวของเกล็ดเลือด ยารับประทานสำหรับรักษาอาการผมร่วงผมบางจากกรรมพันธุ์ ยาสูตรผสมที่ใช้ลดความดันลูกตา และยาในกลุ่มรักษาโรคหอบหืดและเยื่อจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ซึ่งถือว่าสูงสุดในประวัติศาสตร์
ยาในกลุ่มรักษาโรคหอบหืดและเยื่อจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ เป็นยารักษาโรคหอบหืดที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก
จากกฎหมายสิทธิบัตรที่เข้มงวดในประเทศแคนาดา จึงมีการก่อตั้ง Merck Frosst Center for Therapeutic ขึ้นและมีการขยายโครงการที่ Kirkland
ปี พ.ศ.2523-2532
Merck ได้พัฒนาวัคซีนเพื่อใช้ในมนุษย์ตัวแรกที่ผลิตด้วยวิธีวิศวพันธุกรรม
Merck เริ่มบริจาคยาสำหรับการรักษาและป้องกัน river blindness (จากการเป็นพยาธิ Onchera) ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังประจำถิ่นของประเทศในแถบแอฟริกา อเมริกากลางและอเมริกาใต้
Merck ได้ก่อตั้ง Neuroscience Research Center ในประเทศอังกฤษ
Merck ซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของ Banyu ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทยาชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นบริษัทแรกของสหรัฐอเมริกาที่ดำเนินการในญี่ปุ่น
MSD Canada, Frosst และ Merck Frosst Laboratories ควบรวมกิจการเป็น Merck Frosst Canada Inc.
ปี พ.ศ.2513-2522
Merck ที่ไม่ได้ดำเนินการในสหรัฐอเมริกาสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 47% ทำให้ Merck ก้าวขึ้นเป็นบริษัทยาที่มียอดขายในต่างประเทศลำดับต้นๆ
Merck ได้พัฒนาวัคซีนสำหรับเยื่อหุ้มสมองอักเสบ A, C และ AC
จากการมีโรงงานนวัตกรรม Modular ใน Ballydine ประเทศไอร์แลนด์ ทำให้ Merck บรรลุมาตรฐานใหม่ในด้านวิศวกรรมความปลอดภัย การควบคุมคุณภาพและประสิทธิภาพ
ปี พ.ศ.2503-2512
Merck Frosst Laboratories ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อวิจัยและผลิตผลิตภัณฑ์ให้กับ MSD แคนาดา และ Frosst
Merck ซื้อบริษัทยาของแคนาดา Charles E. Frosst & Co.
MSD Italy ก่อตั้งขึ้นโดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงโรม
ปี พ.ศ.2493-2502
บริษัท Charles E. Frosst เข้าเป็นบริษัทมหาชน โดยมีผลิตภัณฑ์ยา 225 รายการ ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นใน Frosst Laboratories ทั้งหมด
Dr.Maurice Hilleman เริ่มโครงการวัคซีน Merck
Merck & Co.,Inc. และ Sharp & Dohme ควบรวมกันเป็น MSD International ในปี พ.ศ.2496 โดยมีเครือข่ายพร้อมกระจายอยู่ทั่วโลก และมีการก่อตั้ง MSD Canada เป็นสาขาใหม่ในประเทศแคนาดา
ปี พ.ศ.2483-2492
Merck พัฒนาวิธีผลิต Penicillin ครั้งละมากๆ
Merck เป็นหัวหอกของนวัตกรรมในการผลิตวิตามิน (B1, B2, B6 และ B12)
Merck มีบทบาทสำคัญในการทำให้มี cortisone ใช้เพื่อรักษาโรคข้ออักเสบ
ปี พ.ศ.2473-2482
Merck พัฒนา streptomycin ซึ่งเป็นยาใหม่ตัวแรกที่ใช้ในการรักษาวัณโรค
Merck สร้างห้องทดลองที่ทันสมัยใน Rahway, New Jersey และได้กลายเป็น 1 ในองค์กรที่มีนวัตกรรมสูงสุดในด้าน biomedical science
ปี พ.ศ.2463-2472
Frosst เป็นผู้ผลิตรายแรกที่สังเคราะห์และวางตลาดวิตามิน ดี ในประเทศแคนาดา ทำให้สายผลิตภัณฑ์ของ Frosst vitamins ครบสมบูรณ์
ปี พ.ศ.2453-2462
Merck & Co., Inc. ได้ตั้งสาขาแห่งแรกในต่างประเทศที่แคนาดา
Frosst พัฒนายาเม็ดบรรเทาปวดชนิดใหม่ 217® (ASA+caffeine) และ 222® (ASA+caffeine+codeine).
ปี พ.ศ.2423-2432
มีการตีพิมพ์ The Merck Manual of Medical Information ในปี พ.ศ. 2442
Charles E. Frosst ก่อตั้งบริษัทยาของตนเองใน Montreal ปี พ.ศ. 2442
George Merck เดินทางมายังสหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. 2434 และได้ก่อตั้ง Merck & Co., Inc. ใน New York City
ปี พ.ศ.2211
Frederic Jacob Merck เภสัชกรผู้หนึ่งได้เปิดบริษัทเคมีภัณฑ์ใน Darmstadt ประเทศเยอรมัน
|